หนังสือ หยุดโรคร้ายด้วยพลังจิตทิพย์

ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ


ความเจ็บป่วย นับเป็นความทุกข์อย่างแสนสาหัสของมนุษย์ ด้วยผู้เขียนได้พบผู้คนมากมายที่มีความเจ็บป่วย และมีความทุกข์อย่างแสนสาหัสจากความเจ็บป่วยนั้น โดยเฉพาะความเจ็บป่วยเรื้อรัง และความเจ็บป่วยซึ่งหาสาเหตุไม่ได้ ทั้งเกิดขึ้นกับตนเองหรือบุคคลใกล้ชิดอันเป็นที่รัก


ผู้เขียนเริ่มสังเกตตนเองในตลอดช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ถึงเหตุที่สามารถช่วยบำบัดเยียวยาความเจ็บป่วยของผู้คนได้ แม้เพียงการเอ่ยวาจา หรือการสัมผัสด้วยความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้ผู้นั้นหายจากอาการเจ็บป่วยและพ้นทุกข์ เป็นเรื่องจริงที่หลายคนมองว่าเป็นปาฏิหาริย์ จากผู้ป่วยเกือบทุกคนที่มาเจอผู้เขียนและได้มีโอกาสบำบัดเยียวยากัน จนหายจากอาการเจ็บป่วยอย่างปลิดทิ้งจนน่าประหลาดใจ


          ความอัศจรรย์ที่บังเกิดขึ้น กลายเป็นความข้องใจ จนผู้เขียนต้องออกแสวงหาคำตอบจากหลายสำนัก หลากสถาบัน ทั้งทางโลกและทางธรรม โดยเข้าไปขอความเมตตาและความรู้จากครูบาอาจารย์ ในทางโลกก็จากแหล่งเรียนรู้ด้านจิตวิญญาณและพลังงานต่างๆ จนได้รับความกระจ่างชัดว่า สภาวะที่ผู้เขียนเป็นอยู่นี้ เรียกว่า เป็นผู้มีพลังจิตที่เข้มข้น หรือ พลังจิตทิพย์ ซึ่งเป็นพลังงานตามธรรมชาติ เป็นพลังแห่งจักรวาล เป็นสิ่งที่มนุษย์ผู้หนึ่งสามารถจะพึงมีได้ หากได้สะสมบารมีจากอดีตกาล มีสมาธิขั้นสูงในปัจจุบันขณะ และเมื่อเหตุปัจจัยทั้งมวลถึงพร้อม ก็จะปรากฏผลมาในรูปแบบของพลังจิตที่มีอานุภาพ ผู้เขียนจึงได้รับความรู้เพิ่มเติมถึงศาสตร์แห่งพลังงาน พลังจิต ว่าจะสามารถนำไปใช้ในทางให้เกิดประโยชน์ต่อผู้คนได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะในด้านของการบำบัดเยียวยาโรคร้ายต่างๆ


          ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ที่ทราบกันดีว่า สรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนเป็นพลังงาน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีชีวิตหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันนี้ พลังงานบำบัดถูกบัญญัติให้เป็นแพทย์ทางเลือก ที่กระทรวงสาธารณสุขให้การยอมรับและมีการเรียนการสอนเป็นเรื่องราวหลายสถาบัน


จนถึงวันนี้ ความสว่างแห่งปัญญา พร้อมคำตอบที่สว่างในใจมาเนิ่นนาน ถึงสภาวะอันแปลกประหลาด ทำให้ผู้เขียนตั้งจิตปวารณาถึงภารกิจที่ประสงค์จะเดินต่อไปจากนี้ คือการได้นำพลังงานในตนมาบำบัดโรคช่วยเหลือผู้คน รวมทั้งการตั้งสถาบันและศูนย์แพทย์ทางเลือกและสุขภาพองค์รวม โดยมุ่งเน้นการบำบัดเยียวยาผู้คนด้วยศาสตร์แห่งพลังงานและพลังจิต อันเป็นสิ่งธรรมชาติและเป็นคุณลักษณะพิเศษของผู้เขียน ที่จะประสงค์ให้ธรรมชาติได้เยียวยาธรรมชาติเช่นกัน ซึ่งผู้รับการรักษาไม่ต้องผ่าตัดหรือรับสารเคมีใดๆ ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อร่างกายในภายหลัง

จากนี้ สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่ผู้เขียนจะฝากไว้ให้โลกและคนรุ่นหลัง คือ “มูลนิธิฯ” เพื่อดำเนินกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนและสังคมในวงกว้าง


          ท้ายนี้ ผู้เขียนขอขอบพระคุณพ่อแม่ ครูบาอาจารย์  ที่ได้ให้แสงสว่างแห่งปัญญา และชี้ทางให้ก้าวเดิน ขอขอบพระคุณ ดร.ณ ภัทรดิศ  มณีโรจน์อัคร แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์พลังจิต ที่ได้เชื่อมองค์ความรู้ด้านศาสตร์พลังงาน เพื่อให้สามารถคลี่ปมความสงสัยสู่แนวทางด้านวิทยาศาสตร์ได้ 

          ถึงเวลาที่เราจะหันมาใส่ใจสุขภาพ ศึกษาศาสตร์ด้านพลังงาน และฝึกฝนจิต เพื่อการเยียวยาตนเอง และเผื่อแผ่ไปยังผู้อื่น เพราะธรรมชาติ คือ ยาที่ดีที่สุดของมนุษย์


                                                                       ด้วยความปรารถนาดี
                                                                   วรรณวิไล กันเพ็ชร์ C.Ht, C.QEM
                                                       นักพลังงานบำบัด ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังจิตรักษาโรค
Powered by MakeWebEasy.com