ทำความรู้จัก อ.วรรณวิไล กันเพ็ชร์

  “อ.วรรณวิไล กันเพ็ชร์ หรือ อ.วิ” นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จ.อุบลราชธานี ผู้ใช้ศาสตร์พลังจิตบำบัด เยียวยารักษาโรค ช่วยเหลือผู้คนจากอาการเจ็บป่วยมาหลายร้อยราย  ทั้งอาการกระดูกทับเส้นประสาท  ปวดเข่า ปวดหัว ปวดคอ ไมเกรน มือเท้าชา นิ้วล็อค อาการแขนติดอันเนื่องจากอัมพาต อัมพฤกษ์ เบาหวานเรื้อรัง ความดัน หัวใจ มะเร็ง เส้นเลือดตีบ หูดับ จอประสาทตาเสื่อม อัลไซเมอร์ เป็นต้น

  อาจารย์วิเป็นผู้นำศาสตร์พลังจิต พลังจักรวาล มาบำบัดรักษาโรค  หวังสร้างกุศลครั้งใหญ่ด้วยการถ่ายทอดศาสตร์แห่งพลังจิตและพลังจักรวาลแก่บุคคลทั่วไป พร้อมเปิดศูนย์เพื่อการบำบัด ในนาม ศูนย์แพทย์แผนไทยอโรคยา วรรณวิไล  เพื่อให้ศาสตร์ความรู้นี้ได้เผยแผ่  พร้อมสามารถใช้พลังรักษาตนเอง บุคคลในครอบครัว และสังคม

  ถ้าพูดถึง “อาจารย์วิ” เชื่อว่าคนในจังหวัดอุบลราชธานีรู้จักท่านเป็นอย่างดี เพราะอาจารย์คือนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง  เป็นต้นแบบของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จรอบด้าน

ท่านเป็นผู้ที่สนใจธรรมะ  และมักจะนำหลักธรรมมาเผยแผ่ให้กับทุกคนที่รู้จัก พร้อมทั้งชักชวนผู้คนรอบข้างให้หันมาศึกษาธรรม  

  “การเกิดขึ้นของพลังนี้ หากจะบอกว่าจริงๆรู้สึกตัวมาได้นานแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นสิ่งใด จนถามครูบาอาจารย์ผู้รู้ถึงได้ทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นพลังงานบริสุทธิ์ เป็นสิ่งที่สะสมมาเนิ่นนาน มีมาแต่เดิม และเมื่อถึงเวลาก็พร้อมที่จะนำมาใช้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้พ้นทุกข์จากความเจ็บป่วยทรมาน  

  สิ่งที่อาจารย์วิ ปฏิบัติมาตลอด คือ “คุณงาม ความดี” ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนออกมาในรูปแบบของ “พลังจิตที่บริสุทธิ์ พลังจิตทิพย์” ซึ่งเป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นเองจากจิตที่มีพลัง มีความเข้มข้นแห่งจิตกอรปกับการคิดดีทำดีกับทุกคนอยู่เป็นนิจ


  “ได้มีครูบาอาจารย์ที่มีองค์ญาณ บอกกับอาจารย์ว่า เราได้ตั้งจิตในการเกิด ในการกระทำแบบนี้มานานแล้ว ดังนั้นจงใช้โอกาสนี้ในการเสริมพลัง สร้างบารมีให้มากที่สุดและพร้อมรับความสำเร็จ"

อาจารย์วีระชาติ พันธเวช ผู้มีญาณทิพย์ เคยกล่าวถึงอาจารย์วรรณวิไล ไว้ว่า “รังสีแสงสว่างที่เกิดขึ้นกับอาจารย์วิ เกิดจากพลังภายในซึ่งเป็นของเดิมที่มีอยู่แล้ว และสะสมบารมีมาจนจิตเป็นประภัสษรทรงฌาณ จากชั้นพรหม ฝึกจนมีความชำนาญสะสมมาเป็น 100 ชาติ กลายเป็นทิพย์

ในอดีตอาจารย์วิชอบทำบุญสร้างกุศล ช่วยเหลือและรักษาพระอาพาตมาหลายรูป ช่วยเหลือสงเคราะห์เด็กกำพร้า คนพิการ คนชราฯลฯ พลังของอาจารย์วิ จึงพุ่งไปสู่จักรวาลและดึงพลังจาก จักรวาลผ่านตัวเองจนเกิดเป็นพลังจิตทิพย์  ซึ่งเป็นพลังธรรมชาติบริสุทธิ์เป็นเหมือนแม่เหล็กที่จะถ่ายทอดข้อมูลออกมาเป็นอนุภาพที่สามารถเยียวยาสิ่งไม่สมบูรณ์ให้กลับมีสภาพที่ดีได้ ”

“จริงๆ เรื่องพลังจิตทิพย์นี้ มีมานานแล้วแต่ไม่เคยรู้ตัวแค่นั้นเอง มาเห็นผลจริงๆ เมื่อปี 2553 ตอนนั้นนั่งสมาธิในห้องพระ แล้วก็เกิดสิ่งอัศจรรย์ใจขึ้นมา คือเทวดามาแสดงสิ่งที่เหลือเชื่อให้เห็น ซึ่งไม่ได้เห็นคนเดียวแม่บ้านก็เห็น ดอกกุหลาบในห้องพระ จาก 9 ดอกกลายเป็น 11 ดอก แสงไฟจากหลอดไฟต่างๆ แตกเป็นประกายสวยงามมากกว่าปกติที่เห็นกันทั่วไป และมีกลิ่นหอมอบอวลทั่วห้องพระ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะบุญเก่าแน่นอน  เพราะเป็นผู้ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบอยู่แล้ว ก็เริ่มชักชวนคนอื่นมาทำความดีร่วมกัน ด้วยการนั่งสมาธิ เจริญภาวนา พอนั่งได้ 2-3 เดือนก็เกิดปรากฎการณ์มีพลังบางอย่างลงมาที่กลางกระหม่อม หน้าผาก จมูก ทั่วตัว”

หลังจากมีพลังจิตทิพย์เกิดขึ้น อาจารย์วรรณวิไลก็เริ่มศึกษาถึงที่มาของพลังงานดังกล่าวจนได้พบกับคุณแคโรลิน และคุณอเล็กซานเดอร์ ทอสการ์ ที่สอนเรื่อง Meditation Healing และเข้าศึกษาศาสตร์ด้านพลังงานบำบัด ที่สถาบันวิทยาศาสตร์พลังจิต กับ ดร.ณ.ภัทรดิศ มณีโรจน์อัคร  เรื่องศาสตร์แห่งพลังจิตเพื่อการบำบัดโรค  จนทำให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้น คือ พลังจิต พลังจักรวาล  ซึ่งเป็นพลังงานบริสุทธิ์ สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ นำมาช่วยเหลือผู้คนได้  และก็เริ่มมีแนวคิดที่อยากจะนำองค์ความรู้นี้มาช่วยผู้คน

          “ในตอนแรกๆ กลุ่มที่มานั่งสมาธิ  มีอาการเจ็บป่วย เขาก็มาเล่าให้ฟัง เลยเกิดแนวคิดที่จะนำพลังจิตนี้มาใช้สำหรับรักษาคน คนแรกที่มารักษาเป็นคุณลุงซึ่งเป็นชาวสวนอยู่ข้างบ้าน คุณลุงเป็นเบาหวานระดับรุนแรงคือตัวคุณลุงเหลืองทั้งตัว  ก็ได้ใช้พลังจิตทิพย์รักษาคุณลุง

ช่วงแรกของการรักษาคุณลุงยังกินยาตามที่แพทย์ให้อยู่ แต่ตอนนี้เขาเลิกกินแล้ว คุณลุงได้พลังจากอาจารย์ไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว และหายขาดจากอาการมาจนถึงปัจจุบัน”

หลังจานั้นก็เริ่มมีคนที่มาขอให้อาจารย์ช่วยรักษา  ซึ่งที่ผ่านมาก็มีคนที่หายจากโรคด้วยพลังจิตทิพย์จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดัน หัวใจ มะเร็ง เส้นเลือดตีบ ปวดเข่า ปวดหัว ปวดคอ ไมเกรน มือเท้าชา นิ้วล็อค หูดับ จอประสาทตาเสื่อม อัลไซเมอร์ อาการแขนติดอันเนื่องจากอัมพาต อัมพฤกษ์ ซึ่งล้วนส่วนใหญ่เป็นู้ที่ไม่สามารถรักษาอาการจากแพทย์แผนปัจจุบันได้ผล คือเกินเยียวยา

“อาจารย์เคยช่วยคนที่เป็นโรคหูดับมา 5 ปีให้กลับมาเป็นปกติได้ โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง และอาการเวียนศีรษะปวดหัวเนื่องจากน้ำในหูไม่เท่ากัน ระบบเส้นเลือดตีบตัน ระบบเส้นประสาทอักเสบเรื้อรัง รวมถึงเส้นประสาททั่วร่างกายให้หายได้ภายใน 5-10 นาทีด้วยการช่วยส่งพลังจิต

บำบัด พลังเหล่านี้ต้องมีการมารับอย่างต่อเนื่อง หลักสำคัญที่จะทำให้การรักษาประสบความสำเร็จผู้เข้ารับการรักษาจะต้อง 1.นึกถึงผู้ให้พลังทุกวัน เพราะถือว่าวิเป็นครูของคุณการนึกถึงครูอาจารย์ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และ 2.นั่งสมาธิและปฎิบัติธรรมถือศีล สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้หายจากโรคที่เป็นอยู่ด้วย”

การรักษาด้วยพลังจิตทิพย์ของอาจารย์วรรณวิไล ถือว่าที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับอย่างดีและมีคนที่สนใจเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป็นพลังงานแบบเห็นผลฉับพลัน ซึ่งอาจารย์มองว่ายิ่งเธอช่วยผู้คนได้มากเท่าไหร่เท่ากับว่าได้ทำบุญมากขึ้นเท่านั้น

          “ร่างการมนุษย์ เปรียบได้ดั่งคอมพิวเตอร์ การรับพลังงานดีเข้าไปเหมือนการได้นำโปรแกรมไปล้างไวรัส คือล้างพลังงานลบ ซึ่งหลังลงโปรแกรมใหม่แล้ว พลังงานดีๆก็ยังคงอยู่ได้ในระยะหนึ่ง หากแต่ถ้าบุคคลนั้นเป็นคนคิดลบ คิดร้าย ก็จะเหนี่ยวนำพลังงานลบๆเข้ามาสู่กาย ใจ ตามกฏแห่งแรงดึงดูดเช่นเดิม ซึ่งอาจารย์ก็จะให้คำแนะนำว่า การรักษาด้วยพลังงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้รับการรักษาต้องมีจิตที่เป็นกุศล มีความศรัทธาและมีความเชื่อในตัวผู้ให้พลัง พลังงานดีๆจึงจะสามารถถ่ายทอดและเห็นผลได้อย่างดี หากจิตปิดกั้น ผลของการรักษาจะได้สามารถบำบัดได้ร้อยเปอเซ็นต์ ดังนั้นก็ต้องเป็นความร่มมือกันทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายให้และฝ่ายรับ”

ความที่อาจารย์วิอยากจะช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี จึงเกิดแนวคิดที่จะถ่ายทอดพลังจิตดังกล่าวให้กับผู้ที่สนใจ หรือญาติของผู้ป่วยเพื่อนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปใช้ในการรักษาผู้อื่น เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีสุขภาพดีและแข็งแรง นอกจากนี้ การที่คนไทยมีสุขภาพดีไม่เจ็บป่วยยังเป็นการช่วยลดงบประมาณแผ่นดินซึ่งแต่ละปีรัฐบาลจะต้องสูญเงินไปกับการรักษาอาการเจ็บป่วยของคนไทยนับแสนล้านบาทต่อปี

“อาจารย์เชื่อว่าหากพวกเราใช้พลังจิตในตนเองมาบำบัดเยียวยาตน  เราจะช่วยคนได้มาก เพราะพลังจิตออร่านี้ให้ผลการรักษาได้จริง การรักษาแบบนี้ปรากฏหลักฐานมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล  ต่างประเทศมีการยอมรับในเรื่องนี้กันมาก แต่คนไทยอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นชินกับศาสตร์พลังงานดังกล่าว  ซึ่งเชื่อว่าต่อไปคนไทยจะให้การยอมรับศาสตร์แห่งพลังบำบัดกันมากขึ้น”

“การเจ็บป่วย โรคภัย นอกจากจะเป็นเรื่องของสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตแล้ว ยังเป็นเรื่องของกรรม คือผลจากการกระทำในอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นการทำพลังงานบริสุทธิ์หรือพลังจิตทิพย์เข้าไปเยียวยา จึงเป็นการสร้างกุศล แผ่ให้แก่เจ้ากรรมนายเวร เพื่อปลดปล่อย เพื่อมอบทางสว่างแด่สรรพสิ่งต่างๆเพื่อการขออโหสิกรรม สังเกตุได้วาคนใดมีความคิดดี จิตเป็นกุศล เบิกบาน มักไม่ค่อยเจ็บป่วย

พลังจิตทิพย์ที่อาจารย์ได้มานั้น นับว่าเป็นพลังงานที่มีอานุภาพสูง เป็นพลังงานชั้นสูงที่จะสามารถเยียวยาอาการได้แบบฉับพลันทันที ซึ่งได้ทดสอบกับเคสต่างๆเห็นผลมาแล้วอย่างมากมาย

หลายคนถามอาจารย์ว่า เหตุใดจึงเพิ่งจะมาเปิดตัวเพื่อการรักษาและถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ ทั้งๆที่ก็เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอยู่แล้ว อีกทั้งเป็นผู้มีหน้าตาในแวดวงสังคมของทางจังหวัด และในฐานะภรรยาข้าราชการท้องถิ่นระดับสูง อาจารย์ขอให้คำตอบว่า ทุกสิ่งเวลาจะเป็นตัวกำหนดให้เราได้ทำ ได้ช่วย ได้เห็นโอกาสในการที่จะช่วยผู้คน เพราะหลายต่อหลายคนที่เกิดอาการเจ็บป่วย ล้วนแสดงอาการต่อหน้าให้เราได้มีโอกาสช่วยทั้งสิ้น จนมีผู้กล่าวขานกันปากต่อปากเพื่อให้ไปรักษา”

ปัจจุบัน อาจารย์วรรณวิไล กันเพ็ชร์ ได้เปิดศูนย์พลังงานบำบัดและแพทย์ทางเลือก พร้อมเผยแผ่ศาสตร์ด้านพลังบำบัด แก่ผู้ที่สนใจ 2 แห่ง ได้แก่  ศูนย์จังหวัดอุบลราชธานี (สำนักงานใหญ่) ในนาม คลินิกแพทย์แผนไทยอโรคยาวรรณวิไล ตั้งอยู่เลขที่ 80/490 ม.23 ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

และศูนย์กรุงเทพฯ (สาขา) ในนาม ศูนย์แพทย์ทางเลือก และ ศูนย์ดูแลสุขภาพองค์รวม วรรณวิไล ตั้งอยู่เลขที่ 3 ซอย สุขุมวิท 54 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร  โดยมีแฟนเพจ :ศูนย์พลังจักรวาลและพลังจิตทิพย์อโรคยา

Powered by MakeWebEasy.com